flute

ฟลุตเครื่องดนตรีประกอบเพลง Jazz


     อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นดนตรีแจ๊สก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท ซึ่งเครื่องดนตรีแต่ละชนิดก็ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องดนตรีที่มีความสำคัญอันจะขาดไปไม่ได้เลยทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าการจะเล่นเพลงแจ๊สที่ดีได้จึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องดนตรีทุกชนิดให้ครบครันด้วย ซึ่งหนึ่งในเครื่องดนตรีที่มีความสำคัญต่อเพลงแจ๊สไม่น้อยเลยก็คือ ฟลุต สำหรับคนที่เคยเห็นวงดนตรีแจ๊สทำการแสดงก็น่าจะพอรู้จักเครื่องดนตรีชนิดนี้เป็นอย่างดีเหมือนกัน
flute-music

ฟลุต คือ อะไร

     ฟลุต จัดเป็นเครื่องดนตรีสากลในประเภทของเครื่องเป่าลมไม้ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นเครื่องเป่าที่มีความแตกต่างจากเครื่องเป่าประเภทอื่นๆ ที่จะมีต้นเสียงในการกำเนิดมาจากการสั่นสะเทือนบริเวณลิ้น ทว่าฟลุตเป็นเครื่องดนตรีที่เกิดจากการผิวของลม ทำให้ลักษณะเสียงของฟลุตที่ออกมาจะค่อนข้างมีความนุ่มนวล ไพเราะ อ่อนหวาน เหมาะกับดนตรีประเภทแจ๊สเป็นอย่างมาก

ความเป็นมาของฟลุต

     ฟลุต จัดได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกๆ ที่ก่อกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ตามประวัติระบุเอาไว้ว่าการค้นพบฟลุตที่เป่าเป็นแนวนอนครั้งแรกเกิดขึ้นที่ประเทศจีน ประมาณ 900 ปี ก่อนคริสตกาล แต่ฟลุตเริ่มแพร่หลายไปสู่ทวีปยุโรปก็ตอนราวปี ค.ศ. 1100 ถือว่าเป็นเครื่องดนตรีที่มีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อยๆ จนในปี ค.ศ. 1700 ฟลุตได้กลายเป็นเครืองดนตรีที่ผลิตจากไม้ มีคีย์ในการเล่นด้วยกันทั้งหมด 4 คีย์ จนในช่วงศตวรรษที่ 19 ก็ได้มีการเพิ่มคีย์มีทั้งหมด 8 คีย์
flute music

ส่วนประกอบของฟลุต

1.    Headjoint หรือที่เข้าใจกันก็คือ ปากเป่า เป็นตัวที่ทำให้เกิดเสียงขึ้นมาซึ่งประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้
–    Reflector จะอยู่บริเวณด้านในสุดของรูมีหน้าที่เอาไว้สำหรับการสร้างเสียง
–    Lip Plate เป็นบริเวณที่เอาไว้สำหรับวางปาก โดยด้านบนของ Lip Plate จะมีปากเป่า หรือ Embouchure เป็นบริเวณที่ให้คนเล่นฟลุตผิวลมเข้าไป
–    Crown จะเป็นส่วนที่อยู่ด้านบนสุดของฟลุต สามารถทำการหมุนออกเพื่อปรับ Refector ก็ได้
2.    Body เป็นบริเวณที่เอาไว้สำหรับการควบคุมเสียง บริเวณนี้จะมีคีย์รวมถึงเอาไว้สำหรับการเล่น เป็นส่วนที่ต้องใช้การฝึกฝนในการเล่นค่อนข้างเยอะพอสมควร
3.    Foot หรือที่เข้าใจกันว่าส่วนหางของฟลุต จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ C Foot กับ B Foot สำหรับ C Foot จะเล่นเสียงต่ำสุดก็คือ Middle C ขณะที่ B Foot จะเล่นเสียงต่ำสุดได้ก็คือ B นั่นหมายความว่าสามารถเล่นได้ต่ำกว่า C Foot ครึ่งเสียง ซึ่งตัว B Foot จะมีราคาแพงกว่า หนักกว่า และยาวกว่า C Foot ซึ่งคนส่วนมากในระดับมืออาชีพก็มักนิยมใช้ในรูปแบบของ B Foot ด้วย

Posted in NEW.